piano_forte13

     การที่จะสร้างเปียโนขึ้นมาแต่ละตัวนั้นจะต้องมีส่วนประกอบ (anatomy) ซึ่งจะนำมาประกอบกันให้ได้เปียโนที่มีเสียงอันไพเราะ ส่วนประกอบของเปียโนนั้นมีนับร้อยชิ้น แต่ที่พอจะแยกออกมาซึ่งนับว่าเป็นส่วนประกอบหลักๆนั้นพอสรุปได้มีดังต่อไปนี้

Keyboard หมายถึง คีย์บอร์ดสำหรับกดลงเพื่อทำให้เกิดเสียงโน๊ตทางดนตรี
เปียโนสมัยใหม่เกือบทุกตัวจะมี 88 คีย์ (มากกว่า 7 Octave เล็กน้อย เรียงลำดับตั้งแต่ A0 ถึง C8) เปียโนรุ่นเก่าหลายตัวมีเพียง 85 คีย์ (ตั้งแต่ A0 ถึง A7) ผู้ผลิตบางรายก็อาจจะเพิ่มปริมาณคีย์ให้มากกว่านั้น โดยบ้างก็เพิ่มเพียงฝั่งเดียวก็เพิ่มทั้งสองฝั่ง บางรุ่นอาจจะซ่อนคีย์พิเศษที่เพิ่มขึ้นมานี้ไว้ใต้ฝาปิดเล็กๆ ซึ่งสามารถปิดคีย์เอาไว้ได้เพื่อป้องกันไม่ให้นักเปียโนที่คุ้นกับเปียโนปกติเห็นแล้วเกิดความสับสนกับคีย์พิเศษที่เพิ่มขึ้นมา บางตัวก็อาจจะสลับสีคีย์พิเศษที่เพิ่มขึ้นมาเหล่านี้ (สลับดำเป็นขาว ขาวเป็นดำ) ด้วยเหตุผลเดียวกันนั่นเอง คีย์ที่เพิ่มขึ้นมานั้นโดยมากแล้วก็มีไว้เพื่อสร้างเสียงสะท้อน (resonance) ได้มากขึ้น ซึ่งก็คือมันจะสั่นไปพร้อมกับสายเปียโนเส้นอื่นๆ เมื่อใดก็ตามที่เหยียบคันเหยียบ ซึ่งก็จะให้เสียงได้เต็มกว่า มีเพลงที่แต่งขึ้นมาสำหรับเปียโนไม่กี่เพลงนักที่จะใช้คีย์พิเศษเหล่านี้

Strings หมายถึง สายเปียโน
สายของเปียโนมากกว่า 200 เส้นได้ถูกขึงผ่านเฟรมเหล็กที่เรียกว่าเพลท (plate) ด้านหนึ่งของทุกๆสายถูกยึดติดไว้กับหมุด ส่วนอีกด้านผูกม้วนไว้กับหลักหมุด ช่างเทคนิคของเปียโนสามารถจูนเสียงโดยการหมุนหลักหมุด และปรับแต่งความตึงของสายในแต่ละด้าน เปียโนที่ให้เสียงคุณภาพดีนั้น สายจะยึดติดกับเหล็กคุณภาพดีซึ่งแข็งแรง และครอบด้วยทองแดง เปียโนคุณภาพดีจะต้องมีแผ่นเฟรมที่มีลักษณะเป็นเพลทเสมอ

Pedal หมายถึง คันเหยียบ
เปียโนมีการใช้คันเหยียบหรืออุปกรณ์ที่มีลักษณะใกล้มาตั้งแต่ยุคต้นๆ (ในศตวรรษที่ 18 เปียโนบางตัวใช้แท่นแทนคันเหยียบ โดยให้ผู้เล่นใช้เข่าดันขึ้น คันเหยียบสามประเภทซึ่งได้กลายมาเป็นมาตรฐานในเปียโนปัจจุบัน ได้แก่คันเหยียบ damper pedal(บ้างก็เรียก sustain pedal หรือ loud pedal) มักจะถูกเรียกว่า "the pedal" เฉยๆเพราะว่าเป็นคันเหยียบที่ถูกใช้งานมากที่สุด ซึ่งเป็นคันเหยียบที่อยู่ทางขวาสุด

Hammer หมายถึง ค้อน ไม้หุ้มสักหลาดใช้สำหรับตีกระทบสายเพื่อให้เกิดตัวโน๊ตทางดนตรีเมื่อคีย์ถูกกด
ลองจินตนาการตาม คุณภาพของเสียงดนตรีกำเนิดมาจากการตีของค้อน(hammer) บริษัทที่ผลิตเปียโนต่างๆนั้นจะมีรูปแบบค้อนตามที่ตนเองต้องการ เช่น บริษัทของอเมริกัน ยุโรป หรือ ญี่ปุ่น ลักษณะที่แตกต่างกันออกไปของการทำให้เกิดเสียงของเปียโนนั้นจะไม่เหมือนกับของฮาร์พซิคอร์ด หรือกีตาร์ ซึ่งเป็นในลักษณะการดึง การทำให้เกิดเสียงของเปียโนจะใช้การตีที่สายคล้ายกับการตีของกลองดรัม

Damper หมายถึง แด็มเปอร์ มีลักษณะเป็นลิ้นไม้ที่ยื่นต่อออกมาจากสาย
บางครั้งจะหุ้มด้วยสักหลาด มีลักษณะที่คล้ายกับค้อน โดยใช้ในการตีสาย จากนั้นจะเด้งกลับมาเพื่อลดเสียงลง และทำให้ทอดเสียงให้นานขึ้น คุณสมบัติของการลดกำลังเสียงลงนี้จะไม่ทำให้เสียงดังคล้ายกริ่งหลังจากที่เด้งกลับมา สักหลาดของแด็มเปอร์ที่เก่าอาจก่อให้เกิดเสียงคล้ายกริ่งได้ และเสียงดังหึ่งอาจเกิดขึ้นถ้าสายแด็มเปอร์ใกล้หรือชิดกับสายเกิดไป

Action หมายถึง กระบวนการซับซ้อนระหว่างแต่ละคีย์ของสายซึ่งถูกกระทำโดยค้อนและแด็มเปอร์
กระบวนการอันซับซ้อนที่ก่อให้เกิดเสียงนั้นยากที่จะอธิบายออกมาเป็นข้อความ เสียงที่ออกมาจะให้ความรู้สึกหนัก หรือ เบา ต่อผู้ฟังระดับทั่วไป เสียงหนักหมายถึง การที่เสียงที่ได้เกิดจากแรงจำนวนมากที่ผลิตเสียงออกมาแรงและดัง ส่วนเสียงเบานั้น อาจตีความหมายได้เป็นเสียงซึ่งดีหรือเสียงเลวก็ได้ ซึ่งเกิดจากแรงจำนวนน้อยที่ผลิตเสียงออกมา เปียโนที่ส่วนประกอบในการทำให้เกิดเสียงมีสภาพเก่าจะให้เสียงที่เบาเนื่องจากความต้านทานต่อการสัมผัสตลอดกระบวนการน้อยกว่า เปียโนซึ่งออกใหม่หรือเพิ่งถูกซ่อมแซมมาใหม่จะรู้สึกว่าให้เสียงที่หนักกว่า เนื่องจากมีค้อนที่ใหม่กว่า นอกจากนี้ยังจะให้เสียงทีใสกว่าอีกด้วย

Sound Board หมายถึง โดมไม้ตื้น ปกติเป็นไม้สน ซึ่งใช้ขยายเสียงของสายเปียโน
ส่วนที่สำคัญ เป็นหัวใจของเปียโนเลยก็ว่าได้ soundboard จะมีโครงเป็นซี่อยู่ด้านล่างทำให้ดูเหมือนว่ามันเป็นชิ้นเดียวกัน โดยแท้ที่จริงแล้ว soundboard ประกอบด้วยแถบเล็กๆของต้นสนซึ่งมีขนาดกว้างประมาณ 8 – 12 นิ้ว ถูกทากาวแนบติดกันอยู่ และโดยทั่วไปแล้วเมื่อมันมีอายุได้พอสมควรจะเกิดการแตกร้าวเป็นช่องโหว่ยาวตามเนื้อไม้ เกิดขึ้นเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความชื้น และอื่นๆ ปกติแล้วเราสามารถซ่อมแซม soundboard ที่แตกร้าวด้วยการแซมไม้สนขนาดเล็กเท่าช่องโหว่ลงไปโดยการยึดด้วยกาว สิ่งสำคัญที่ทำให้เปียโนผลิตเสียงต่ำได้ดีนั้น soundboard จะต้องยึดเป็นแผ่นเดียวกันอย่างต่อเนื่องคล้ายแผ่นกลอง

Case หมายถึง โครงของเปียโน ส่วนประกอบส่วนนอกสุดของเปียโน
ส่วนประกอบที่มีลักษณะคล้ายไม้อัด เช่น ไม้ตะโก มะฮอกกานี ไม้ฮ่อ และไม้อื่นๆ ที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบ ไม้ที่จะนำมาใช้ประกอบทำเป็นโครงต่างๆนั้น ส่วนมากจะไม่กระทบต่อคุณภาพของเสียงแต่อย่างใด และในที่นี้ยังรวมถึงของขอบเปียโนด้วย

Bridges หมายถึง สะพานระหว่างสายและ soundboard เพื่อส่งอาการสั่นของเสียงจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่ง
สะพานด้านที่ทำให้เกิดเสียงสูงของเปียโนจะมีลักษณะยาว โค้งมน ส่วนด้านที่ทำให้เกิดเสียงต่ำจะสั้นกว่า ปัญหาที่มักจะเกิดกับเปียโนเก่าคือ สะพานมักจะหลวมเนื่องจากหมุดยึดไม่แน่น หรือมีการแตกของสะพาน นอกจากนี้ถ้าหมุดหลุดไป หรือเนื้อไม้รอบๆหมุดแตกหลุดไปจะก่อให้เกิดอาการที่เรียกว่า dead string โดยเสียงที่ได้จะไม่มีคุณภาพ กังวานน้อย เสียงสูงแย่ หรือเสียงต่ำไม่ดี

Pinblock ประกอบด้วยหมุดปรับแต่งเสียงซึ่งถูกประกอบกับแผ่นทองแดง หมุดนี้จะถูกผนวกเข้ากับแผ่นไม้กระดานแข็งเคลือบที่เรียกว่า pinblock เนื่องจาก pinblock ถูกประกอบเข้าด้านล่าง จึงไม่สามารถมองเห็นได้ง่ายเมื่อมันถูกประกอบเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม pinblock ที่มีคุณภาพจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เสียงมีความไพเราะเวลามีการปรับแต่งเสียง และเนื่องจากสาย หรือ strings จะต้องมีแรงดึงถึง 20 ตัน pinblock ที่มีคุณภาพจึงจำเป็นและช่วยลดความต้องการในการบำรุงรักษาในตลอดอายุการใช้งาน บริษัทผลิตเปียโนชั้นนำมักใช้ pinblock ที่มีคุณภาพและราคาแพง

Plate คือ แผ่นเฟรมทองแดงสำหรับให้สายเปียโนยึด และสามารถรองรับกำลังดึงมหาศาลของสายได้ โดยเปียโนส่วนใหญ่ หมุด tuning pin จะออกจาก pinblock ทะลุผ่าน plate ขณะที่plate จะมีหลุมสำหรับแต่ละ tuning pin สำหรับในเปียโนบางรุ่น tuning pin จะไม่ถูกยึดติดกับ plate โดย plate จะวางอยู่เหนือ pinblock

                                       THE END

GOD BLESS YOU......               

edit @ 13 Dec 2007 22:08:37 by piano_forte

edit @ 13 Dec 2007 22:08:50 by piano_forte

edit @ 13 Dec 2007 22:10:03 by piano_forte

Comment

Comment:

Tweet

ช่วยได้เยอะเลยกำลังทำรายงานพอดี